ศึก เมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ (MLS) ฤดูกาล 2026 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น อินเตอร์ ไมอามี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ CF Montréal ก่อนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษของ ลิโอเนล เมสซี่ และแฟนบอลเจ้าถิ่น
อินเตอร์ ไมอามี โชว์เกมรุกสุดโหดไล่ถล่มคู่แข่งไปถึง 7-1 โดย เมสซี่ เหมาคนเดียวถึง 4 ประตู พร้อมทำอีก 1 แอสซิสต์ ขณะที่ คาเซมิโร่, หลุยส์ ซัวเรซ และดาวรุ่ง อเล็กซานเดอร์ ชอว์ มีชื่อบนสกอร์บอร์ดเช่นกัน ช่วยให้ ไมอามี ยุติช่วงเวลาที่ไม่ชนะใคร 5 เกมติดต่อกันในทุกรายการได้อย่างยิ่งใหญ่
อินเตอร์ ไมอามี เริ่มต้นเกมด้วยการครองบอลและพยายามกดดันแนวรับของ Montréal ตั้งแต่ช่วงแรก ก่อนจะปลดล็อกประตูขึ้นนำได้ในนาทีที่ 20
เจ้าถิ่นได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ก่อน เตลาสโก เซโกเวีย เปิดบอลโค้งเข้ามาบริเวณกลางกรอบเขตโทษ และเป็น คาเซมิโร่ ที่ขึ้นโหม่งส่งบอลเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด
อินเตอร์ ไมอามี ขึ้นนำ 1-0 และนี่ถือเป็น ประตูแรกของ คาเซมิโร่ ในสีเสื้อ อินเตอร์ ไมอามี หลังอดีตกองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายมาร่วมทีมในช่วงเดือนกรกฎาคม
แม้ ไมอามี จะคุมสถานการณ์ได้ค่อนข้างดี แต่ Montréal ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และฉวยโอกาสกลับเข้าสู่เกมได้ในนาทีที่ 37
ฟาเบียน แฮร์เบอร์ส ได้จังหวะบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ทีมเยือนตามตีเสมอเป็น 1-1
ประตูดังกล่าวทำให้เกมกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง และดูเหมือนว่า Montréal อาจมีโอกาสสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่นได้มากกว่าที่คาด
แต่สกอร์ 1-1 อยู่ได้เพียงประมาณ 3 นาทีเท่านั้น
นาทีที่ 40 อินเตอร์ ไมอามี ได้ลูกฟรีคิกบริเวณด้านขวา และแน่นอนว่าคนรับหน้าที่คือ ลิโอเนล เมสซี่
ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ตัดสินใจยิงตรงไปที่ประตู บอลพุ่งผ่านแนวรับและเล่นงานผู้รักษาประตูของ Montréal เข้าไป ส่งให้ ไมอามี กลับมาขึ้นนำ 2-1
นี่คือประตูที่ 15 ของ เมสซี่ ใน MLS ฤดูกาล 2026 ณ เวลานั้น และช่วยให้เจ้าถิ่นกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบก่อนเข้าสู่ช่วงพักครึ่ง
จบครึ่งแรก Inter Miami 2-1 CF Montréal
ครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียง 7 นาที ความมหัศจรรย์ของ เมสซี่ ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
นาทีที่ 52 ดาวเตะหมายเลข 10 รับบอลก่อนพุ่งเข้าใส่แนวรับ Montréal แล้วใช้ทักษะเฉพาะตัวเลี้ยงฝ่าแนวรับถึงสามคน
เมสซี่ พาบอลเข้าไปทางด้านขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย
อินเตอร์ ไมอามี หนีเป็น 3-1 พร้อมกับเป็นประตูที่สองของ เมสซี่ ในค่ำคืนนี้
ประตูดังกล่าวทำให้ยอดรวมของ เมสซี่ ขยับเป็น 16 ประตู และขึ้นไปเทียบตำแหน่งผู้นำดาวซัลโว MLS ในเวลานั้น
หลังนำห่างสองประตู ไมอามี ยิ่งเล่นด้วยความมั่นใจ ขณะที่ Montréal จำเป็นต้องเปิดพื้นที่เพื่อพยายามกลับเข้าสู่เกม
นาทีที่ 80 เจ้าถิ่นเล่นเกมสวนกลับอย่างรวดเร็ว บอลมาถึง เมสซี่ ก่อนเจ้าตัวจะจ่ายทะลุช่องอย่างแม่นยำให้เพื่อนเก่าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเข้าไปในพื้นที่ว่าง
ซัวเรซ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ จัดการยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป ส่งให้ อินเตอร์ ไมอามี ทิ้งห่างเป็น 4-1
ประตูนี้เป็นลูกที่ 11 ของ ซัวเรซ ใน MLS ฤดูกาล 2026 ส่วน เมสซี่ เก็บแอสซิสต์ที่ 10 ของฤดูกาล
เพียงสามนาทีต่อมา แฟนบอลเจ้าถิ่นได้ฉลองอีกครั้ง
นาทีที่ 83 เมสซี่ หลุดเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตู ก่อนเลือกจังหวะจบสกอร์ด้วยการชิพบอลอย่างเหนือชั้นส่งเข้าไปตุงตาข่าย
อินเตอร์ ไมอามี นำห่าง 5-1 และประตูดังกล่าวทำให้ เมสซี่ ทำ แฮตทริก ได้สำเร็จ
สำหรับ เมสซี่ นี่ยังถือเป็นแฮตทริกครั้งที่ 62 ในระดับสโมสรของเจ้าตัวอีกด้วย
ความโหดของแนวรุกเจ้าถิ่นยังไม่จบ เพราะนาทีที่ 89 อินเตอร์ ไมอามี มาได้ประตูที่หก
คราวนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของดาวรุ่งจากอคาเดมีอย่าง อเล็กซานเดอร์ ชอว์ ที่ได้โอกาสจบสกอร์และยิงบอลเข้าประตูไป
สกอร์ขยับเป็น 6-1 และนี่ยังเป็นทั้ง ประตูแรกกับทีมชุดใหญ่ของ อินเตอร์ ไมอามี และประตูแรกใน MLS ของ ชอว์ อีกด้วย
แต่ค่ำคืนของ เมสซี่ ยังไม่จบ
เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+6 อินเตอร์ ไมอามี ได้ลูกฟรีคิก และเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ก้าวขึ้นมารับหน้าที่อีกครั้ง
เมสซี่ จัดการส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย เป็นประตูที่ 4 ของตัวเองในเกมนี้ และปิดฉากค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ด้วยสกอร์ 7-1
นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ เมสซี่ ยิงถึง 4 ประตูในเกมเดียวบนเวที MLS และทำให้ยอดรวมของเขาเพิ่มเป็น 18 ประตูในฤดูกาล 2026 พร้อมก้าวขึ้นนำเดี่ยวในตารางดาวซัลโว
สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม Inter Miami 7-1 CF Montréal
พระเอกของเกมนี้ไม่มีใครอื่นนอกจาก ลิโอเนล เมสซี่ ที่จบการแข่งขันด้วยผลงาน 4 ประตู 1 แอสซิสต์
ดาวเตะวัย 39 ปี ไม่ได้มีเพียงการจบสกอร์ แต่ยังสร้างความแตกต่างด้วยการเลี้ยงบอล การสร้างโอกาส และการจ่ายบอลให้ ซัวเรซ ทำประตู
หลังจบการแข่งขัน กีเยร์โม โอยอส กุนซือรักษาการของ อินเตอร์ ไมอามี ถึงกับยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาคำมาอธิบายความยอดเยี่ยมของ เมสซี่ ขณะที่ คาเซมิโร่ ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งกับ เมสซี่ ในศึก เอล กลาซิโก้ ยกย่องเพื่อนร่วมทีมคนปัจจุบันว่าเป็นนักเตะที่สร้างประวัติศาสตร์
ชัยชนะ 7-1 ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่สามคะแนนเท่านั้น เพราะนี่คือชัยชนะด้วย ผลต่างประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ อินเตอร์ ไมอามี
นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่สโมสรยิงได้ถึง 7 ประตูในเกมเดียว และที่สำคัญคือช่วยหยุดสถิติไม่ชนะใคร 5 เกมติดต่อกันในทุกรายการได้สำเร็จ
หลังจบเกม อินเตอร์ ไมอามี มีสถิติใน MLS ฤดูกาลนี้อยู่ที่ ชนะ 12 แพ้ 4 เสมอ 6 มี 42 คะแนน ขณะที่ เมสซี่ กลายเป็นผู้นำดาวซัลโวลีกที่ 18 ประตู
Inter Miami 7-1 CF Montréal
ผู้ทำประตู: คาเซมิโร่ (20'), ฟาเบียน แฮร์เบอร์ส (37') [Montréal], ลิโอเนล เมสซี่ (40', 52', 83', 90+6'), หลุยส์ ซัวเรซ (80'), อเล็กซานเดอร์ ชอว์ (89'),
ผลงานเด่น: ลิโอเนล เมสซี่ 4 ประตู 1 แอสซิสต์,
รายการ: Major League Soccer (MLS) 2026,
วันที่แข่งขัน: 29 สิงหาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น,
สนาม: Nu Stadium, Miami,
ผลการแข่งขัน: Inter Miami 7-1 CF Montréal,