ศึก ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2026/27 นัดที่ 3 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2026 ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมน้องใหม่ มาลาก้า
เกมนี้ “ราชันชุดขาว” ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ โชว์เกมรุกอย่างดุดัน โดยยิงสามประตูตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกจาก จู๊ด เบลลิงแฮม, การทำเข้าประตูตัวเองของ อัลฟอนโซ่ เอร์เรโร่ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ก่อนที่ตัวสำรองอย่าง อาร์ด้า กูแลร์ จะยิงปิดท้ายช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาทีมคว้าชัยขาดลอย 4-0
เรอัล มาดริด เริ่มต้นเกมด้วยการเดินหน้าบุกทันที และเกือบได้ประตูตั้งแต่นาทีแรก เมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้วอลเลย์จากบริเวณหน้าเขตโทษ แต่บอลเฉียดคานออกไปเพียงเล็กน้อย
กระทั่งนาทีที่ 19 เจ้าถิ่นก็ปลดล็อกได้สำเร็จจากความสามารถเฉพาะตัวของ จู๊ด เบลลิงแฮม
มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษแย่งบอลได้ในแดนของ มาลาก้า ก่อนลากบอลตัดจากด้านข้างเข้ากลาง หลบแนวรับสองคนอย่าง เรซิโอ และ ไอนาร์ กาลิเลอา จากนั้นหลุดเข้าไปยิงลอดขา เอร์เรโร่ เข้าประตูอย่างเหนือชั้น
เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 และเป็นอีกหนึ่งประตูที่แสดงให้เห็นถึงฟอร์มอันร้อนแรงของ เบลลิงแฮม ในช่วงต้นฤดูกาล
หลังได้ประตูแรก มาดริด ยิ่งเร่งเครื่องและกดดันแนวรับของทีมเยือนอย่างหนัก
นาทีที่ 26 บราฮิม ดิอาซ แทงบอลให้ เอ็มบัปเป้ ที่เล่นหันหลังให้ประตู ก่อนดาวยิงฝรั่งเศสจะหมุนตัวยิง แต่ เอร์เรโร่ ยังป้องกันเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตาม บอลกระดอนมาเข้าทาง เบลลิงแฮม ที่โหม่งกลับเข้าไปบริเวณหน้าประตู การ์ลอส ปูก้า พยายามสกัดจากเส้น แต่บอลกลับกระเด้งไปโดน เอร์เรโร่ และเข้าประตูตัวเอง
สกอร์ขยับเป็น เรอัล มาดริด 2-0 มาลาก้า
แม้ชื่อของ เบลลิงแฮม จะไม่ได้ถูกบันทึกเป็นผู้ทำประตูในจังหวะนี้ แต่เจ้าตัวมีบทบาทโดยตรงในการสร้างความกดดันจนเกิดประตูที่สองของทีม
เพียง 4 นาที ต่อมา มาดริด ก็ได้ประตูที่สาม
นาทีที่ 30 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เติมขึ้นมาทางริมเส้นขวาก่อนเปิดบอลอย่างแม่นยำเข้าไปในเขตโทษ
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เคลื่อนที่เข้าหาบอลก่อนวอลเลย์ด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลผ่าน เอร์เรโร่ เข้าไปอย่างเด็ดขาด
เรอัล มาดริด หนีห่างเป็น 3-0 ภายในเวลาเพียง 30 นาทีแรก
ประตูนี้ยังเป็นลูกที่ 4 ของ เอ็มบัปเป้ ในลา ลีกาฤดูกาล 2026/27 ณ เวลานั้น แสดงให้เห็นถึงการออกสตาร์ตฤดูกาลอย่างร้อนแรงของดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส
แม้จะโดนนำถึงสามประตู มาลาก้า ยังไม่ยอมถอดใจและพยายามหาประตูคืนก่อนหมดครึ่งแรก
นาทีที่ 43 ทีมเยือนได้โอกาสสำคัญจาก ราฟา โรดริเกซ ที่มีพื้นที่ยิง แต่บอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง ทำให้พลาดโอกาสไล่มาเป็น 1-3 อย่างน่าเสียดาย
จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำ มาลาก้า 3-0 โดยเจ้าถิ่นแทบจะปิดเกมได้ตั้งแต่ 45 นาทีแรก
ครึ่งหลัง เรอัล มาดริด ลดความเร็วของเกมลงเล็กน้อย แต่ยังเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้มากกว่า
นาทีที่ 55 เบลลิงแฮม มีโอกาสลุ้นประตูที่สองของตัวเอง เมื่อได้ยิงด้วยเท้าซ้ายภายในกรอบเขตโทษ
บอลผ่านมือผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่กลับชนเสาอย่างน่าเสียดาย ทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 3-0
ถึงแม้จะไม่ได้ประตูเพิ่มในจังหวะนี้ แต่ เบลลิงแฮม ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างความแตกต่างมากที่สุดของการแข่งขัน ทั้งการพาบอล การเพรสซิ่ง และการสอดขึ้นมายิงจากแถวสอง
เมื่อสถานการณ์ค่อนข้างปลอดภัย มูรินโญ่ เริ่มทยอยเปลี่ยนตัวเพื่อรักษาความสดของผู้เล่น
ยาน ดิโอม็องเด้ ถูกส่งลงแทน บราฮิม ดิอาซ ขณะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงมาแทน เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ในช่วงครึ่งหลัง
จากนั้นนาทีที่ 87 อาร์ด้า กูแลร์ ถูกส่งลงมาแทน เบลลิงแฮม และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการสร้างผลงานสำคัญ
นาทีที่ 86 มาลาก้า เกือบได้รับโอกาสทองจากจุดโทษ หลังผู้ตัดสินมองว่ามีจังหวะแฮนด์บอลของผู้เล่น เรอัล มาดริด จากลูกฟรีคิกของ ไฮตัม อาบาอิดา
อย่างไรก็ตาม หลังได้รับคำแนะนำจาก VAR ผู้ตัดสิน ฆวน มาร์ติเนซ เดินไปตรวจสอบภาพที่จอข้างสนาม ก่อนกลับคำตัดสินและยกเลิกจุดโทษ
ทำให้ มาดริด ยังคงรักษาสกอร์ 3-0 และมีโอกาสเก็บคลีนชีตต่อไป
เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+1 เรอัล มาดริด มาได้ประตูปิดท้ายจากเกมสวนกลับอย่างรวดเร็ว
อาร์ด้า กูแลร์ เป็นคนเริ่มต้นจังหวะ ก่อนเคลื่อนที่ต่อขึ้นไปในพื้นที่สุดท้าย
บอลมาถึง วินิซิอุส จูเนียร์ ที่จ่ายคืนให้ กูแลร์ หลุดเข้าไปจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายจากระยะใกล้ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย
เรอัล มาดริด 4-0 มาลาก้า
กูแลร์ เพิ่งถูกส่งลงสนามในนาที 87 แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการมีชื่อบนสกอร์บอร์ด เป็นการปิดท้ายค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบของเจ้าถิ่น
ชัยชนะเกมนี้ทำให้ เรอัล มาดริด เก็บชัยชนะในลา ลีกา 3 นัดติดต่อกัน และมี 9 คะแนนเต็มจาก 9 คะแนน ในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27
สิ่งที่โดดเด่นไม่ใช่เพียงสกอร์ 4-0 แต่ยังรวมถึงความหลากหลายของเกมรุก ทั้งการลากเดี่ยวของ เบลลิงแฮม, การเปิดบอลของ เทรนต์, ความเฉียบคมของ เอ็มบัปเป้ และคุณภาพจากตัวสำรองอย่าง กูแลร์
ขณะเดียวกัน ติโบต์ กูร์กตัวส์ สามารถรักษาคลีนชีตได้สำเร็จ และยอมรับหลังเกมว่าการไม่เสียประตูถือเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นใจของทีม
พระเอกของเกมนี้ต้องยกให้ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ทำประตูแรกด้วยความสามารถเฉพาะตัว และมีส่วนโดยตรงกับประตูที่สอง
นอกจากนี้เจ้าตัวยังเกือบทำประตูเพิ่มในครึ่งหลังจากลูกยิงชนเสา ก่อนถูกเปลี่ยนออกในช่วงท้ายเกม
ฟอร์มของ เบลลิงแฮม ช่วงต้นฤดูกาลกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมของ มูรินโญ่ ออกสตาร์ตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเจ้าตัวทำไปแล้ว 2 ประตูและ 2 แอสซิสต์จากสามเกมแรกในลา ลีกา
เรอัล มาดริด 4-0 มาลาก้า
ผู้ทำประตู: 1-0 จู๊ด เบลลิงแฮม (19'), 2-0 อัลฟอนโซ่ เอร์เรโร่ (26' ทำเข้าประตูตัวเอง), 3-0 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (30'), 4-0 อาร์ด้า กูแลร์ (90+1'),
แอสซิสต์สำคัญ: เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แอสซิสต์ให้ เอ็มบัปเป้, วินิซิอุส จูเนียร์ แอสซิสต์ให้ กูแลร์,
รายการ: LaLiga 2026/27 นัดที่ 3,
วันที่แข่งขัน: 30 สิงหาคม 2026,
สนาม: Santiago Bernabéu,
ผลการแข่งขัน: Real Madrid 4-0 Málaga,