ศึก ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2026/27 นัดที่ 3 เมื่อคืนวันที่ 31 สิงหาคม 2026 ที่สนาม สปอติฟาย คัมป์ นู บาร์เซโลน่า เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ราโย บาเยกาโน่
เกมนี้เจ้าถิ่นต้องเจอสถานการณ์ยากตั้งแต่ช่วงต้น เมื่อ เซร์คิโอ กาเมโย่ ยิงให้ ราโย ขึ้นนำก่อน แต่หลังจากนั้นทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ระเบิดเกมรุกเต็มกำลัง ก่อนพลิกกลับมาคว้าชัยอย่างสุดมัน 5-2
พระเอกของเกมคือ ราฟินญ่า และ ลามีน ยามาล ที่เหมาคนละสองประตู ขณะที่อีกหนึ่งลูกมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ฟลอริย็อง เลอเฌิน ส่งให้ บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะสามเกมติดต่อกันตั้งแต่เปิดฤดูกาล
บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก โดย ราฟินญ่า และ ลามีน ยามาล สร้างปัญหาให้แนวรับของทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 12 กลับเป็น ราโย บาเยกาโน่ ที่ได้ประตูขึ้นนำแบบช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่น
อัลบาโร่ การ์เซีย หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายบอลตัดเข้าไปบริเวณกลางเขตโทษให้ เซร์คิโอ กาเมโย่ เข้าถึงบอลก่อน อันเดรียส คริสเตนเซ่น แล้วจบสกอร์ผ่าน โจน การ์เซีย เข้าไป
บาร์เซโลน่า 0-1 ราโย บาเยกาโน่
นี่ถือเป็นประตูแรกที่ บาร์เซโลน่า เสียในลา ลีกาฤดูกาล 2026/27 อีกด้วย
การเสียประตูไม่ได้ทำให้ บาร์เซโลน่า เสียจังหวะ ตรงกันข้าม เจ้าถิ่นยิ่งเดินหน้าเปิดเกมรุกหนักกว่าเดิม
กระทั่งนาทีที่ 19 ประตูตีเสมอก็มาถึง
บอลถูกเล่นเข้าพื้นที่ด้านหลังแนวรับ ก่อน ชาบี เอสปาร์ต จ่ายต่อให้ ราฟินญ่า ทางฝั่งซ้าย
ดาวเตะทีมชาติบราซิลพาบอลตัดเข้าด้านใน ก่อนยิงเรียดผ่านผู้รักษาประตูเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด
บาร์เซโลน่า ตีเสมอ 1-1
และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกลับมาอย่างรวดเร็วของเจ้าบ้าน
หลังจาก ราฟินญ่า ยิงตีเสมอได้เพียง 2 นาที แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮอีกครั้ง
นาทีที่ 21 บาร์เซโลน่า กดดันต่อเนื่องบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อน มาร์ค เบร์นาล เก็บบอลได้และรีบจ่ายต่อให้ ลามีน ยามาล
แนวรุกดาวรุ่งรับบอลบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนจัดการปั่นด้วยเท้าซ้ายส่งบอลพุ่งเสียบมุมบนอย่างสวยงาม
บาร์เซโลน่า พลิกขึ้นนำ 2-1
ประตูดังกล่าวมีความพิเศษอย่างมากสำหรับ ยามาล เพราะเป็น ประตูที่ 50 ของเจ้าตัวในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่า และเขากลายเป็นนักเตะของสโมสรที่ทำสถิตินี้ได้ด้วยอายุน้อยที่สุด
หลังพลิกขึ้นนำ บาร์เซโลน่า ยังคงเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ โดย เปดรี้ ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะบริเวณแดนกลาง ขณะที่แนวรุกยังสร้างปัญหาให้ ราโย อย่างต่อเนื่อง
ก่อนหมดครึ่งแรก อ็องโตนี่ กอร์ดอน ได้จังหวะยิง ก่อนบอลจะมาเข้าทาง ฌูลส์ กุนเด้ ส่งบอลเข้าสู่ประตู
อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินยกเลิกประตูเนื่องจากมีจังหวะล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 2-1
จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า 2-1 ราโย บาเยกาโน่
เข้าสู่ครึ่งหลังเพียงไม่กี่นาที บาร์เซโลน่า ก็สามารถเพิ่มความได้เปรียบได้สำเร็จ
นาทีที่ 51 กอร์ดอน ใช้ความเร็วพาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลเรียดอันตรายตัดเข้าไปบริเวณหน้าประตู
ฟลอริย็อง เลอเฌิน พยายามเข้ามาสกัด แต่กลับโดนบอลผิดเหลี่ยมเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง
บาร์เซโลน่า หนีเป็น 3-1
แม้ กอร์ดอน จะไม่ได้เครดิตเป็นผู้ทำประตู แต่การลากบอลและเปิดเข้าไปในพื้นที่อันตรายเป็นจุดเริ่มต้นของประตูที่สามอย่างชัดเจน
ราโย บาเยกาโน่ แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังไม่ยอมถอดใจ
นาทีที่ 59 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุม ก่อนบอลถูกเปิดเข้ามาบริเวณเสาแรก
เซร์คิโอ กาเมโย่ ขยับหนีตัวประกบและขึ้นโหม่งส่งบอลผ่าน โจน การ์เซีย เข้าไป
ราโย ไล่มาเป็น 3-2
กลายเป็นประตูที่สองของ กาเมโย่ ในเกม และทำให้สถานการณ์กลับมาน่าลุ้นอีกครั้ง
หลังถูกไล่มาเหลือประตูเดียว บาร์เซโลน่า กลับมาเร่งเครื่องอีกครั้ง และนาทีที่ 71 ก็ได้ประตูสำคัญ
จังหวะเริ่มต้นจากบอลยาวของ กุนเด้ ก่อนเกมรุกของเจ้าถิ่นจะต่อบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย
กอร์ดอน โชว์เทคนิคด้วยการ ไขว้บอลย้อนหลัง ให้ ราฟินญ่า เข้ามาจบสกอร์อย่างเด็ดขาด
บาร์เซโลน่า 4-2 ราโย บาเยกาโน่
ราฟินญ่า ทำประตูที่สองของตัวเองในเกม พร้อมกับช่วยให้สถานการณ์ของ บาร์เซโลน่า กลับมาอยู่ในจุดที่ได้เปรียบอย่างชัดเจนอีกครั้ง
แม้จะนำห่างสองประตู แต่ บาร์เซโลน่า ยังไม่หยุดเดินหน้า
เข้าสู่นาทีที่ 90 เจ้าถิ่นได้ประตูปิดท้ายจาก ลามีน ยามาล
ดาวรุ่งทีมชาติสเปนรับบอลบริเวณขอบเขตโทษ ก่อนเปิดลำตัวและยิงด้วยเท้าซ้ายอย่างใจเย็น ส่งบอลพุ่งเสียบด้านในเสาอย่างสวยงาม
บาร์เซโลน่า 5-2 ราโย บาเยกาโน่
เป็นประตูที่สองของ ยามาล ในเกม และปิดฉากค่ำคืนอันยอดเยี่ยมของเจ้าถิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ
เกมนี้แนวรุกของ บาร์เซโลน่า โชว์ประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะสองตัวอันตรายอย่าง ราฟินญ่า และ ลามีน ยามาล
ราฟินญ่า ทำประตูในนาที 19 และ 71 ขณะที่ ยามาล ยิงในนาที 21 และ 90
ส่วน กอร์ดอน แม้ไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู แต่มีส่วนสำคัญกับเกมรุก โดยสร้างจังหวะที่ทำให้ เลอเฌิน สกัดเข้าประตูตัวเอง และเป็นคนแอสซิสต์ให้ ราฟินญ่า ยิงประตูที่สี่
นอกจากนี้ ยามาล ยังฉลองหลักไมล์สำคัญกับการทำประตูครบ 50 ลูกให้ทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่า อีกด้วย
อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อ ฮัมซ่า อับเดลคาริม ดาวรุ่งชาวอียิปต์ถูกส่งลงสนามแทน ราฟินญ่า ในนาที 86
การลงเล่นครั้งนี้ถือเป็น การประเดิมสนามอย่างเป็นทางการกับทีมชุดใหญ่บาร์เซโลน่า หลังเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่นและเป็นดาวซัลโวของทีมในช่วงปรีซีซั่น
แม้จะมีเวลาในสนามเพียงไม่กี่นาที แต่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของดาวรุ่งรายนี้
ชัยชนะเหนือ ราโย บาเยกาโน่ ทำให้ทีมของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติสมบูรณ์แบบในช่วงเปิดฤดูกาล
บาร์เซโลน่า คว้าชัย 3 นัดจาก 3 เกมแรก มี 9 คะแนนเต็ม และกลับขึ้นไปนำเป็น จ่าฝูงลา ลีกา ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า เรอัล มาดริด
การออกสตาร์ตครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในเกมรุกของแชมป์เก่า โดยเฉพาะการกลับมาจากสถานการณ์ตามหลัง 0-1 ก่อนยิงคืนถึงห้าประตู
บาร์เซโลน่า 5-2 ราโย บาเยกาโน่
ผู้ทำประตู: 0-1 เซร์คิโอ กาเมโย่ (12'), 1-1 ราฟินญ่า (19'), 2-1 ลามีน ยามาล (21'), 3-1 ฟลอริย็อง เลอเฌิน (51' ทำเข้าประตูตัวเอง), 3-2 เซร์คิโอ กาเมโย่ (59'), 4-2 ราฟินญ่า (71'), 5-2 ลามีน ยามาล (90'),
แอสซิสต์: อัลบาโร่ การ์เซีย, ชาบี เอสปาร์ต, มาร์ค เบร์นาล, อูไน โลเปซ, อ็องโตนี่ กอร์ดอน, คาริม อเดเยมี่,
ผลงานเด่น: ราฟินญ่า 2 ประตู, ลามีน ยามาล 2 ประตู, เซร์คิโอ กาเมโย่ 2 ประตู,
รายการ: LaLiga 2026/27 นัดที่ 3,
วันที่แข่งขัน: 31 สิงหาคม 2026,
สนาม: Spotify Camp Nou, Barcelona,
ผู้ชม: 57,768 คน,
ผู้ตัดสิน: Francisco José Hernández Maeso,
ผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า: ฮันซี่ ฟลิค,
ผลการแข่งขัน: Barcelona 5-2 Rayo Vallecano,