ศึก เดเอฟเบ-โพคาล ฤดูกาล 2026/27 รอบแรก ที่สนาม Stadion an der Bremer Brücke เป็นการพบกันระหว่าง VfL ออสนาบรุค ทีมจากบุนเดสลีกา 2 เปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค
เจ้าถิ่นสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากลูกยิงสุดสวยของ โรบิน ไมส์เนอร์ ตั้งแต่นาที 5 แต่ บาเยิร์น ไม่เสียสมาธิและใช้เวลาไม่นานในการพลิกสถานการณ์ ก่อน แฮร์รี่ เคน เหมาคนเดียวสองประตู ร่วมกับ ทอม บิชอฟ และ ไมเคิล โอลิเซ่ ช่วยให้ “เสือใต้” บุกคว้าชัย 4-1 และผ่านเข้าสู่รอบสองแบบไม่พลิกโผ
เกมเริ่มมาได้เพียง 5 นาที แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮกันลั่นสนาม
ออสนาบรุค เปิดบอลยาวขึ้นหน้าไปถึง โรบิน ไมส์เนอร์ ก่อนเจ้าตัวจะพักบอลแล้วตัดสินใจวอลเลย์จากระยะไกลประมาณ 30 เมตร
บอลพุ่งข้าม โยนาส อูร์บิก และเสียบมุมบนอย่างสุดสวย ส่งให้ทีมรองบ่อนขึ้นนำแชมป์เก่าอย่างเหลือเชื่อ
VfL ออสนาบรุค 1-0 บาเยิร์น มิวนิค
ประตูดังกล่าวทำให้บรรยากาศภายใน Bremer Brücke เดือดขึ้นมาทันที และบังคับให้ บาเยิร์น ต้องเร่งเครื่องเร็วกว่าที่วางแผนไว้
แม้โดนประตูเร็ว แต่ทีมของ แว็งซ็องต์ กอมปานี ยังคงเล่นตามจังหวะและค่อยๆ กดคู่แข่งกลับเข้าไปในแดนตัวเอง
นาทีที่ 18 บาเยิร์น ก็ตีเสมอได้สำเร็จ
แนวรับ ออสนาบรุค สกัดบอลเปิดจากด้านข้างไม่ขาด ก่อนบอลตกเข้าทาง แฮร์รี่ เคน ภายในกรอบเขตโทษ
กัปตันทีมชาติอังกฤษไม่รอช้า ซัดเต็มแรงส่งบอลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป
บาเยิร์น ตีเสมอ 1-1
ประตูนี้เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมกลับมาอยู่ในมือทีมเยือนอย่างรวดเร็ว
เพียงหกนาทีต่อมา บาเยิร์น ก็สามารถพลิกขึ้นนำได้
นาทีที่ 24 หลุยส์ ดิอาซ ได้จังหวะยิงในกรอบเขตโทษ บอลถูกผู้รักษาประตูปัดออกมา แต่ไม่พ้นพื้นที่อันตราย
ทอม บิชอฟ ตามเข้ามาเก็บบอลจังหวะสอง ก่อนยิงซ้ำผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป
ออสนาบรุค 1-2 บาเยิร์น มิวนิค
จากสถานการณ์ตามหลังตั้งแต่นาที 5 แชมป์เก่าใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีในการพลิกกลับมาเป็นฝ่ายนำ
หลังขึ้นนำ บาเยิร์น ยิ่งควบคุมเกมได้อย่างชัดเจน
ไมเคิล โอลิเซ่ และ อิสมาเอล ไซบารี ต่างมีโอกาสทดสอบผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ขณะที่แดนกลางซึ่งมี โจชัว คิมมิช เป็นแกนหลัก ช่วยให้ทีมเยือนครองบอลและตัดเกมสวนกลับของ ออสนาบรุค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ VfL ออสนาบรุค 1-2 บาเยิร์น มิวนิค
แม้ยังห่างกันเพียงประตูเดียว แต่รูปเกมหลังจาก บาเยิร์น ขึ้นนำแทบทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของทีมเยือน
ครึ่งหลัง บาเยิร์น ยังคงเป็นฝ่ายบุกมากกว่า แต่ต้องรอถึงนาทีที่ 73 จึงได้ประตูที่สาม
จังหวะนี้เริ่มจากการแย่งบอลได้ในแดนของ ออสนาบรุค ก่อน เลนนาร์ต คาร์ล ตัวสำรองจะรับบอลและพาขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว
คาร์ล จ่ายบอลให้ ไมเคิล โอลิเซ่ ซึ่งใช้ความแข็งแกร่งบังแนวรับ ก่อนหลุดเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตู
โอลิเซ่ เห็นนายทวารออกมาปิดมุม ก่อนเลือกยกบอลเหนือศีรษะอย่างเหนือชั้น ส่งบอลลอยเข้าไปตุงตาข่าย
บาเยิร์น หนีเป็น 3-1
ถือเป็นจังหวะโต้กลับที่ทั้งรวดเร็วและเฉียบคม และเป็นประตูที่แทบปิดโอกาสคัมแบ็กของเจ้าถิ่น
เข้าสู่ช่วงท้ายเกม บาเยิร์น ยังไม่หยุดบุก
นาทีที่ 86 อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช ถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษให้ทีมเยือน
แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่สังหารตามปกติ
กองหน้าทีมชาติอังกฤษยิงเรียดไปทางมุมขวาล่างอย่างเยือกเย็น ส่งผู้รักษาประตูไปผิดทาง
VfL ออสนาบรุค 1-4 บาเยิร์น มิวนิค
เป็นประตูที่สองของ เคน ในเกม และกลายเป็นประตูสุดท้ายของค่ำคืนนี้
แม้ ไมเคิล โอลิเซ่ จะสร้างหนึ่งในจังหวะสวยที่สุดของเกม แต่ผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุดยังคงเป็น แฮร์รี่ เคน
เคน เป็นคนยิงประตูตีเสมอในช่วงที่ทีมตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากประตูนำของเจ้าถิ่น ก่อนปิดท้ายด้วยจุดโทษในนาที 86
สองประตูในเกมนี้ทำให้ดาวยิงอังกฤษขยับเข้าใกล้หลัก 150 ประตูให้บาเยิร์น มิวนิค มากขึ้น โดยหลังจบเกมเขามี 148 ประตูจากการลงเล่น 150 นัดให้สโมสร
อีกหนึ่งคนที่โดดเด่นคือ ไมเคิล โอลิเซ่
แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างปัญหาให้แนวรับ ออสนาบรุค มากที่สุด ก่อนมาทำประตูในครึ่งหลังจากจังหวะโต้กลับที่เริ่มโดย เลนนาร์ต คาร์ล
ประตูนี้ยังต่อยอดฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ โอลิเซ่ หลังเพิ่งยิงได้ในเกมบุนเดสลีกานัดเปิดฤดูกาลที่ บาเยิร์น ถล่ม สตุ๊ตการ์ท 5-1 อีกด้วย
เกมนี้ แว็งซ็องต์ กอมปานี เปลี่ยนตัวจริงถึงห้าตำแหน่งจากเกมลีกนัดก่อน
โยนาส อูร์บิก, โจซิป สตานิซิช, โจนาธาน ทาห์, ทอม บิชอฟ และ อิสมาเอล ไซบารี ได้รับโอกาสออกสตาร์ต ขณะที่ มานูเอล นอยเออร์ และผู้เล่นตัวหลักบางรายได้พัก
แม้จะเริ่มเกมผิดพลาดและเสียประตูตั้งแต่นาที 5 แต่หลังจากนั้น บาเยิร์น แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของขุมกำลังและประสบการณ์ในเกมน็อกเอาต์ ก่อนควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเด็ดขาด
สำหรับ ออสนาบรุค แม้ต้องยุติเส้นทางในเดเอฟเบ-โพคาลตั้งแต่รอบแรก แต่ทีมเจ้าถิ่นสามารถสร้างหนึ่งในช่วงเวลาน่าจดจำของการแข่งขันได้
ประตูของ โรบิน ไมส์เนอร์ จากระยะประมาณ 30 เมตรในนาทีที่ 5 ทำให้แชมป์เก่าต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง และจุดประกายความหวังให้แฟนบอลเต็มความจุ 15,741 คน ภายใน Stadion an der Bremer Brücke
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น บาเยิร์น ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นสร้างโอกาสยิงที่มีคุณภาพมากนัก และใช้ความเหนือกว่าควบคุมการแข่งขันจนจบ
หมดเวลาการแข่งขัน VfL ออสนาบรุค 1-4 บาเยิร์น มิวนิค
ชัยชนะส่งให้ทีมของ กอมปานี ผ่านเข้าสู่ เดเอฟเบ-โพคาล รอบสอง และเดินหน้าป้องกันแชมป์ต่อไป
สิ่งสำคัญสำหรับ บาเยิร์น ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่เป็นการตอบสนองหลังถูกนำอย่างรวดเร็ว โดยทีมยังคงเล่นด้วยความนิ่งก่อนยิงคืนถึงสี่ประตู ซึ่ง เคน เองยกย่องความใจเย็นและการควบคุมเกมของเพื่อนร่วมทีมหลังจบการแข่งขัน
VfL ออสนาบรุค 1-4 บาเยิร์น มิวนิค
ผู้ทำประตู: 1-0 โรบิน ไมส์เนอร์ (5'), 1-1 แฮร์รี่ เคน (18'), 1-2 ทอม บิชอฟ (24'), 1-3 ไมเคิล โอลิเซ่ (73'), 1-4 แฮร์รี่ เคน (86' จุดโทษ),
ผลงานเด่น: แฮร์รี่ เคน 2 ประตู,
รายการ: DFB-Pokal 2026/27 รอบแรก,
วันที่แข่งขัน: 2 กันยายน 2026,
สนาม: Stadion an der Bremer Brücke, Osnabrück,
ผู้ชม: 15,741 คน,
ผู้ตัดสิน: Richard Hempel,
ผู้จัดการทีมบาเยิร์น มิวนิค: แว็งซ็องต์ กอมปานี,
ผลการแข่งขัน: VfL Osnabrück 1-4 FC Bayern München,